ขั้นตอนที่ 1 การใช้เมาส์(Mouse)
เนื่องจากโปรแกรม Microsoft Windows XP นั้นเป็นโปรแกรมในรูปแบบ Grapic Mode สามารถตอบสนองกับผู้ใช้งานได้หลายรูปแบบ เช่นใช้เมาส์ในการสั่งงาน หรือใช้คีย์บอร์ดก็ได้ แต่การใช้คีย์บอร์ดนั้นผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่นิยมใช้กันเนื่องต้องจดจำปุ่มต่าง ๆ ในการใช้งาน ดังนั้นการใช้เมาส์จึงเป็นวิธีการที่นิยมใช้กันมากที่สุด

เมาส์โดยทั่วไปจะมีปุ่มอยู่ 2 ปุ่มคือปุ่มซ้ายและปุ่มขวาโดยปกติเราจะใช้ปุ่มด้านซ้ายยกเว้นระบุให้ใช้ปุ่มขวา บางรุ่นจะมีปุ่มเลื่อน(Scroll Botton) แต่บางรุ่นก็ไม่มี ซึ่งใช้สำหรับเลื่อนชิ้นงานหรือหน้าจอในส่วนที่มองไม่เห็น
และโดยทั่วไปเราใช้มือขวาในการจับเมาส์ นิ้วชี้จะอยู่ที่ปุ่มซ้าย นิ้วนางจะอยู่ในตำแหน่งปุ่มขวา หรือแล้วแต่
ความถนัดของผู้ใช้

วิธีใช้เมาส์มีวิธีดังนี้
วิธีที่ 1 การคลิ๊กเมาส์ (Click) หมายถึงการกดปุ่มเมาส์ 1 ครั้ง
           ส่วนใหญ่ใช้ในการเลือกวัตถุ (Object) ในที่นี่หมายถึง icon ต่าง ๆ ที่แทน แฟ้ม โฟลเดอร์ หรือไดร์ว
วิธีที่ 2 การดับเบิลคลิ๊ก (Double Click) หมายถึงการกดปุ่มเมาส์ติดกัน 2 ครั้ง
           เรานำมาใช้ในการเปิดชิ้นงาน หรือ run โปรแกรมต่าง ๆ เช่นนำเมาส์ไปดับเบิลคลิ๊กที่ Icon ก็จะหมายถึง run โปรแกรม Dreamweaver เป็นต้น
วิธีที่ 3 การลากแล้วปล่อย (Drag & Drop) หมายถึงการนำเมาส์ไปชี้วัตถุนั้นกดปุ่มเมาส์แช่แล้วลากเมาส์ไปยังตำแหน่งที่ต้องการแล้วปล่อยมือ
           ส่วนใหญ่ใช้ในการย้าย หรือ ปรับขนาดของวัตถุ เช่นการปรับขนาดของหน้าต่าง ขนาดของรูปภาพ ฯลฯ

ขั้นตอนที่ 2 การค้นหาแฟ้มข้อมูลบนคอมพิวเตอร์
ก่อนอื่นต้องเข้าใจกันก่อนว่าสิ่งที่บันทึกข้อมูลต่าง ๆ บนคอมพิวเตอร์นั้นเราจะเรียกกันว่า แฟ้มข้อมูล(File) ซึ่งจะมีลักษณะสัญญลักษณ์ที่แตกต่างกัน เป็นการบอกให้รู้ว่าเป็นแฟ้มเกี่ยวกับงานด้านใด หรือเป็นแฟ้มโปรแกรมอะไร เช่น

เป็นแฟ้มโปรแกรมที่ใช้ในการติดตั้งโปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์
เป็นแฟ้มที่ถูกบีบอัดให้เล็กลงโดยใช้โปรแกรมประเภท WinZip
เป็นแฟ้มประเภทรูปภาพ
เป็นแฟ้มเพลง mp3
เป็นแฟ้มที่ใช้ดูบนอินเทอร์เน็ต
เป็นแฟ้มงานที่ถูกบันทึกจากการทำงานบนโปรแกรม Microsoft Publisher
เป็นแฟ้มงานที่ถูกบันทึกจากการทำงานบนโปรแกรม Microsoft Word

ซึ่งแฟ้มข้อมูลเหล่านี้จะบันทึกไว้บนสื่อข้อมูลชนิดต่าง ๆ กันขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานจะนำมาใช้
สื่อข้อมูลที่นิยมนำมาบันทึกแฟ้มข้อมูลต่าง ๆ มีดังนี้

ชนิดของสื่อข้อมูล
สัญญลักษณ์ไดรว์บน Windows XP
ความหมายและการนำไปใช้
แผ่น Floppy Disk เราจะเรียกไดรว์ที่ใช้อ่านข้อมูลว่า Floppy Disk Drive ซึ่งคอมพิวเตอร์จะเรียกไดรว์นี้ว่า Drive A: แผ่น Floppy Disk มีความจุในการบันทึกข้อมูลไม่มากนัก ปัจจุบันเราใช้ขนาด 3.5 นิ้วสามารถจุข้อมูลได้สูงสุด 1.44 Mb
Harddisk เป็นสื่อข้อมูลที่มีความจุมากที่สุดโดยจะถูกติดตั้งมากับเครื่องคอมพิวเตอร์เลย
หรืออาจจะมีประเภทการเชื่อมต่อภายนอก ปัจจุบันจะมีความจุอยู่ประมาณ 80 - 320 Gb
ไดรว์ที่เรียกใช้จะเริ่มที่ Drive C: ถ้ามีการแบ่ง Harddisk เป็นหลาย Patition ชื่อของไดร์ว
ก็จะเป็น C: D: ... ไปเรื่อย ๆ
แผ่น CDrom หรือ DVDrom เป็นสื่อข้อมูลที่สามารถบันทึกข้อมูลได้เป็นจำนวนมากและสามารถพกพาได้
อย่างสะดวกซึ่งมีหลายชนิดและหลายความจุ ใช้เครื่องอ่านข้อมูลที่เรียกว่า CD-ROM Drive โดยจะกำหนด
ชื่อไดรว์ต่อจาก Harddisk ตัวสุดท้าย เช่น Drive F:
Removeable Drive เป็นสื่อข้อมูลแบบใหม่ที่มีขนาดเล็กมากแต่ความจุค่อนข้างสูง บางที่ก็เรียกว่า
Handy Drive หรือ Flash Drive โดยใช้การเชื่อมต่อที่พอรต์ USB ซึ่งจะกำหนดชื่อไดรว์ต่อจาก
CD-ROM ไดรว์ เช่น Drive G:

วิธีการค้นหาแฟ้ม (File) บนคอมพิวเตอร์มีหลายวิธีในที่นี้จะเสนอวิธีการค้นหาแฟ้มทั้งหมด 3 วิธีดังนี้
วิธีที่ 1 การใช้ My Computer บน DeskTop ให้ดับเบิลคลิ๊ก ที่ Icon My Computer จะปรากฎจอภาพดังนี้


ถ้าต้องการดูแฟ้มต่าง ๆ บน ไดรว์ D: ก็ให้ดับเบิลคลิ๊กที่ จะได้หน้าจอคือ

เราจะเห็น Icon ที่เป็นสีเหลืองและมีชื่ออยู่ด้านล่างเราจะเรียกมันว่า โฟลเดอร์ (Folder) ซึ่งเปรียบเสมือนห้องย่อยสำหรับเก็บแฟ้มข้อมูล ต่าง ๆ ในโฟลเดอร์แต่ละโฟลเดอร์อาจมีโฟลเดอร์ย่อยลงไปอีกขึ้นอยู่กับผู้จัดเก็บแฟ้มจะแบ่งโฟลเดอร์เพื่อให้ง่ายต่อการนำมาใช้เก็บงานที่เป็นลักษณะเดียวกัน
ไว้ในโฟลเดอร์เดียวกันซึ่งเราสามารถเข้าไปในโฟลเดอร์แต่ละโฟลเดอร์ได้โดยการดับเบิลคลิ๊กที่โฟลเดอร์นั้น ๆ แต่ถ้าต้องการย้อนกลับโฟลเดอร์ก่อนนั้น
ให้กดปุ่ม Back หรือปุ่ม Ubdo ที่บนแถบเครื่องมือ (Tool Bar) ไปเรื่อย ๆ จนย้อนไปยังจุดเริ่มต้นแล้วเข้าไดรว์อื่นต่อไป
วิธีนี้เราต้องรู้ว่าแฟ้มข้อมูลที่เราต้องการเรียกใช้นั้น อยู่ที่ ไดรว์ใด โฟลเดอร์ใด โฟลเดอร์ย่อยใด และแฟ้มนั้นชื่อคืออะไร

วิธีที่ 2 การใช้โปรแกรม Windows Explorer
วิธีการเรียกโปรแกรม Windows Explorer ทำได้ 2 วิธี คือ ที่ปุ่ม Start เลือกเมนู All Program , Accessories , Windows Explorer หรือคลิ๊กขวาที่ My Computer
แล้วเลือก Eplore จะเกิดหน้าต่างดังนี้

จะได้หน้าจอแบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนซ้านมือ และส่วนขวามือ ส่วนทางซ้ายมือจะแสดงถึง ไดรว์และโฟลเดอร์ต่าง ๆ ที่อยู่ในไดรว์ที่เครื่องคอมพิวเตอร์มองเห็น
ส่วนทางขวามือจะแสดงถึงแฟ้มต่าง ๆ ที่อยู่ในไดรว์หรือโฟลเดอร์ที่ถูกเลือกโดยการคลิ๊กเมาส์ส่วนทางซ้ายมือของหน้าต่าง วิธีการนี้จะทำให้เราหาแฟ้มได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
หมายเหตุ การมองเห็นแฟ้มในรูปแบบต่าง ๆ สามารถกำหนดมุมมองได้เองที่ เมนูคำสั่ง View หรือเครื่องมือ ซึ่งสามารถกำหนดมุมมองได้ทั้งหมด 6 แบบ ดังนี้

Filmstrip
จะใช้ได้เฉพาะโฟลเดอร์ที่มีรูปภาพ คือจะเห็นในรูปแบบรูปภาพขนาดใหญ่
Thumbnails
จะเห็นเป็น Icon ขนาดใหญ่ถ้าเป็นแฟ้มรูปภาพจะเห็นเป็นรูปภาพขนาดเล็ก เรียงกันไป
Tiles
จะเห็นเป็น Icon ขนาดใหญ่แฟ้มที่เป็นรูปภาพ ก็จะเห็นเป็นในรูปแบบ Icon ไม่ใช่รูปภาพขนาดเล็ก
Icon
จะเห็นเป็น Icon ขนาดเล็ก ไปทางขวา เมื่อหมดบรรทัดก็จะขึ้นบรรทัดใหม่
List
จะเห็นเป็น Icon ขนาดเล็ก จากบนลงมาล่าง
Details
จะเห็นรายละเอียดองค์ประกอบอื่นของแฟ้ม เช่น ขนาด ชนิด ประเภท และวันที่ Modified ของแฟ้ม

วิธีที่ 3 การใช้คำสั่ง Search
โดยการคลิ๊กปุ่ม Start แล้วเลือก คำสั่ง Search จะปรากฏจอภาพการ Search ดังนี้

ถ้าเราเลือก Pictures, music, or video หมายถึงค้นหาแฟ้มประเภท รูปภาพ เสียง หรือภาพยนตร์ ถ้าเลือก Documents หมายถึง เลือกแฟ้มที่เกิดจากโปรแกรมชุดของ
Microsoft ทั้งหมด เช่น Word, Excel, Internet Explorer, ... ถ้าเลือก All files and folders หมายถึงเลือกแฟ้มทุกแฟ้มบนเครื่อง แต่ถ้าเลือก Computers or people
หมายถึงจะค้นหาชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์บนเครือข่ายเดียวกันที่มีการ แชร์แฟ้มข้อมูลให้ใช้ร่วมกันได้ ในที่นี้ให้เลือก All files and folders จะได้หน้าจอดังนี้

ในช่อง All or part of the file name ให้ระบุชื่อแฟ้มที่ต้องการค้นหา โดยชื่อของแฟ้มนั้นอาจใช้ตัว ไวด์การ์ด ช่วย เช่นตามรูปพิมพ์คำว่า
"บันทึก*.doc" จะหมายถึง แฟ้มข้อมูลทุกแฟ้มที่ขึ้นต้นว่า บันทึก ตามด้วยคำอะไรก็ได้ และมีนามสกุล doc ส่วนช่อง Look in: เป็นการเลือกไดรว์ที่จะให้ค้นหา
ถ้าไม่ระบุจะหมายถึง Harddisk ทั้งหมด เมื่อระบุครบตามความต้องการให้เริ่มค้นหาโดยการกดปุ่มคำว่า Search เครื่องจะทำการค้นหาตามที่ระบุจะได้หน้าจอดังนี้

เราก็สามารถจะนำแฟ้มที่ค้นมาได้ไปทำอะไรก็แล้วแต่ผู้ที่ต้องการจะนำไปใช้

ขั้นตอนที่ 3 การสร้างโฟลเดอร์ใหม่

เนื่องจากแฟ้มข้อมูลต่าง ๆ ที่บันทึกอยู่บน Harddisk หรือสื่อข้อมูลอื่น มีเป็นจำนวนมากทำให้เกิดปัญหาในการใช้งาน เราจึงควรจัดเก็บแฟ้มข้อมูลต่าง ๆ ให้เป็นหมวดหมู่
เพื่อง่ายต่อการนำมาใช้ใหม่ ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาคือการสร้างโฟลเดอรขึ้มมาใหม่เพื่อเก็บงานแต่ละแบบให้แยกกันอยู่ เช่นงานที่เป็นรูปภาพ ก็ควรจะจัดเก็บในโฟลเดอร์
แยกออกมาต่างหาก
วิธีการสร้างโฟลเดอรใหม่มีวิธีการดังนี้     "สมมุติเราจะสร้างโฟลเดอรที่ไดรว์ D: เพื่อเก็บงานการนำเสนอ แนะนำโรงเรียนตะพานหินทั้งหมด"
1. เปิดหน้าต่าง ไดรว์ D:

2. ที่พื้นที่ว่างบนไดรว์ D: ใช้คำสั่ง File, New, Folder หรือคลิกขวาที่พื้นที่วางบนไดรว์ D: เลือกคำสั่ง New, Folder

3. จะได้โฟลเดอร์ใหม่ที่ชื่อว่า New Folder ให้เปลี่ยนชื่อเป็นโฟลเดอร์ที่เราต้องการเราก็จะได้โฟลเดอร์ไว้เก็บแฟ้มข้อมูลตามที่เราต้องการ


ขั้นตอนที่ 4 การคัดลอกแฟ้มข้อมูล
การคัดลอกแฟ้มข้อมูลถือว่าเป็นเรื่องสำคัญในการใช้คอมพิวเตอร์ เป็นการนำแฟ้มข้อมูลที่เราต้องการจากแหล่งหนึ่งไปใช้ยังที่อีกแหล่งหนึ่ง ขั้นตอนมีดังนี้
1. เปิดหน้าต่างที่มีแฟ้มข้อมูลต่าง ๆ ที่เราต้องการคัดลอก เรียกว่าต้นทาง จากรูปคือโฟลเดอร์ picture1 อยู่บนไดรว์ D:

2. เลือกแฟ้มต่าง ๆ ที่ต้องการคัดลอก โดยนำเมาส์ไปคลิ๊กที่แฟ้มนั้นจะเลือกได้ครั้งละ 1 แฟ้ม แต่ถ้าต้องการเลือกหลาย ๆ แฟ้มก็สามารถทำได้โดยกดปุ่ม Ctrl ช่วยในขณะเลือก หรือกด Ctrl พร้อมกับแป้น A หมายถึงเลือกทั้งหมด แต่ถ้าเลือกโฟลเดอร์จะหมายถึงเลือกแฟ้มทุกแฟ้มที่อยู่ในโฟลเดอร์นั้น

3. ใช้คำสั่ง Edit, Copy หรือกดปุ่ม Ctrl พร้อมปุ่ม C หมายถึงสั่งคัดลอกแฟ้มที่เลือกไว้

4. เปิดหน้าต่างที่ต้องการนำแฟ้มไปวาง เรียกว่าปลายทาง จากรูปคือโฟลเดอร์ งาน อยู่ที่ไดรว์ G:

5. ใช้คำสั่ง Edit, Paste หรือกดปุ่ม Ctrl พร้อมกับปุ่ม V หมายถึงสั่งวางสิ่งที่ต้องการคัดลอก

หมายเหตุ กรณีที่มีการเปิดหน้าต่างต้นทาง และเปิดหน้าต่างปลายทางไว้บนหน้าจอเดียวกันก็สามารถใช้วิธีลากแฟ้มจากหน้าต่างต้นทางมายังหน้าต่างปลายทางได้เลย

ขั้นตอนที่ 5 การเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์หรือแฟ้มข้อมูล
บางครั้งเราต้องการเปลี่ยนชื่อแฟ้มข้อมูล อาจจะเพื่อให้จำง่าย หรืออาจจะไม่ต้องการให้เป็นชื่อที่ซ้ำกันในโฟลเดอร์เดียวกัน มีขั้นตอนดังนี้
1. เลือกโฟลเดอรหรือแฟ้มที่ต้องการเปลี่ยนชื่อ ใช้คำสั่ง File, Rename หรือ คลิ๊กขวาที่แฟ้มนั้น ๆ ใช้คำสั่ง Rename

2. พิมพ์ชื่อแฟ้มใหม่ที่ต้องการลงไปควรระบุนามสกุลให้เหมือนเดิมด้วย

ขั้นตอนที่ 6 การลบแฟ้มและการกู้แฟ้มคืน
เมื่อมีการบันทึกหรือคัดลอกแฟ้มมาวางบนเครื่องคอมพิวเตอร์มาก ๆ เข้า และไม่จำเป็นในการนำมาใช้อีกก็จะทำให้แฟ้มเหล่านั้นเป็นแฟ้มขยะ เปลืองเนื้อที่บน Harddisk โดยใช่เหตุและเป็นสาเหตุทำให้การใช้งานคอมพิวเตอร์ช้าลง เราจึงควรมีการลบแฟ้มข้อมูลที่ไม่จำเป็นออก มีวิธีการดำเนินงานดังนี้
1. เลือกแฟ้มที่ต้องการลบทิ้งอาจเลือกได้ครั้งละหลาย ๆ แฟ้ม หรือเลือกโฟลเดอร์จะหมายถึงลบทั้งโฟลเดอร์ ใช้คำสั่ง File, Delete หรือ กดปุ่ม Delete ที่แป้นพิมพ์

2. เมื่อสั่งลบแฟ้มในข้อ 1 แล้วแฟ้มต่าง ๆ เหล่านั้นจะยังไม่ลบทิ้งเลยในทันทีเพราะเครื่องคอมพิวเตอร์จะเก็บแฟ้มเหล่านั้นไว้ที่ ซึ่งแฟ้มเหล่านี้ สามารถที่จะกู้คืนได้ในกรณีที่แฟ้มเหล่านั้นลบจาก Harddisk แต่ถ้าเป็นการลบออกจาก Removeable Drive หรือจากแผ่น Floppy Disk นั้นก็จะไม่สามารถกู้คืนได้ วิธีการกู้คืนคือ เปิดหน้าต่าง Recycle Bin โดยการดับเบิลคลิ๊กที่ เราก็จะเห็นแฟ้มต่าง ๆ ที่มีการสั่งลบ ถ้าเราจะกู้แฟ้มนั้นคืนทำได้โดยการเลือกแฟ้มที่ต้องการกู้คืน แล้วใช้คำสั่ง File, Restore แฟ้มที่ถูกเลือกก็จะกลับไปที่เดิม

แต่ถ้าต้องลบทิ้งออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ไปเลยก็สามารถทำได้ 2 วิธีคือ เลือกแฟ้มที่ต้องการลบใน Recycle Bin แล้วกดปุ่ม Delete หรืออีกวิธีคือ ใช้คำสั่ง File, Empty Recycle Bin แฟ้มทั้งหมดใน Recycle Bin จะถูกลบทิ้งไปและไม่สามารถกู้กลับได้อีกแล้ว